Baccarat : บาคาร่า

บาคาร่า Baccarat

บาคาร่า เกมคาสิโนที่ฮิตที่สุดในหมู่นักเดิมพัน

หากจะเลือกเกมไพ่มาสักหนึ่งเกมที่เล่นง่าย ใช้เวลาในการเล่นต่อเกมเพียงสั้น ๆ ไม่นานจนเกินไปนัก แถมนักเล่นพนันหลาย ๆ คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างรู้วิธีเล่น หรือบางส่วนก็คุ้นเคยดี จากสิ่งที่เราพูดมาคร่าว ๆ นี้ บาคาร่า กลายเป็นชื่อเกมไพ่ที่ผุดขึ้นมาอันดับต้น ๆ ที่หลายคนจะต้องนึกถึง และเราคงต้องบอกว่าผู้เล่นชาวไทยจำนวนไม่น้อยก็รู้จักการเล่นไพ่นี้ เพราะว่ามันมีวิธีการเล่นที่ใกล้เคียงกับป๊อกเด้งมาก โดยมีการนับแต้มคิดคะแนนเหมือนกันเป๊ะ

สำหรับจุดเริ่มต้นของเกมไพ่บาคาร่านี้ สันนิษฐานว่ามันได้เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศอิตาลี ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 วันเวลาผ่านไปความนิยมก็ค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่วยุโรป จนกระทั่งข้ามไปถึงอเมริกา และเมื่อความนิยมของบาคาร่าข้ามไปถึงอเมริกาได้ก็ทำให้รู้สึกว่า ความนิยมของการเล่นเกมนี้เข้าใกล้จุดสูงสุดขึ้นไปอีกระดับ

ถึงแม้จะมีจุดกำเนิดที่ยุโรป แต่ความนิยมของเกมนี้ดูเหมือนจะมีในฝั่งเอเชียมากกว่า โดยเฉพาะในแถบมาเก๊า ฮ่องกง จีน รวมถึงหลาย ๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะดูเหมือนว่าผู้เล่นในแถบนี้จะนิยมเกมพนันที่เล่นง่าย ๆ ใช้เวลาในการเล่นแต่ละเกมไม่นาน ทำให้บาคาร่าเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่จะนึกถึงเสมอ หากต้องการจะเล่นเกมไพ่ขึ้นมาสักเกมนึง

 

ความนิยมของไพ่บาคาร่า

อย่าได้แปลกถ้าหากว่าคุณมีโอกาสได้เข้าไปในคาสิโนหลาย ๆ แห่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเมื่อคุณเข้าไปแล้ว จะเห็นโต๊ะไพ่บาคาร่ากระจายตัวอยู่หลาย ๆ มุม เต็มไปหมด ในบางแห่งคุณอาจจะมึนไปเลยเพราะว่าอาจมีโต๊ะไพ่บาคาร่ามากกว่าเกมพนันในประเภทอื่น ๆ ด้วยซ้ำ แม้ว่ามันจะเป็นสล็อตหรือรูเล็ตก็ตามที

 

กติกาในการเล่น

วิธีการเล่นของบาคาร่านั้นดูคล้ายกับไพ่ป๊อกเด้งมากที่สุด ในเรื่องกติกาขั้นพื้นฐานที่ผู้ชนะก็คือคนที่มีแต้มไพ่ในมือได้ 9 แต้ม หรืออย่างน้อย ๆ ก็ใกล้เคียงกับแต้มนั้นที่สุด อีกอย่างนึงที่เหมือนกับป๊อกเด้งก็คือการเรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ ดังนั้นเราคงเห็นได้แล้วว่า ทำไมมันถึงเป็นเกมที่เล่นง่าย บางทีอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเกมพี่น้องกับป๊อกเด้งเลยด้วยซ้ำ

ส่วนการนับแต้มบนไพ่บาคาร่า สามารถนับแต้มได้ตามตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนหน้าไพ่ได้เลย โดยเริ่มนับแต้มจากไพ่ A ก่อน ไพ่นี้จะมีค่าเท่ากับ 1 แต้ม จากนั้นก็ไล่จากไพ่แต้ม 2 ไปจนถึงไพ่แต้ม 9 ก็จะมีแต้มตรงตัว ส่วนไพ่ 10 J Q K นั้นจะมีค่าเท่ากับ 0 แต้ม หากไพ่ในมือเราเป็น 9 แต้มกับ 5 แต้ม จะนับว่าเป็น 4 แต้มเท่านั้น ไม่ใช่ 14 แต้มแต่อย่างใด

ตอนนี้คงทราบกันแล้วว่าแต้มสูงสุดของบาคาร่าคือ 9 แต้ม หากเปิดไพ่ออกมา 2 ใบในเกมนี้แล้วได้ไพ่ 6+3 หมายความว่าคุณได้ 9 แต้ม มีโอกาสชนะเกมนี้สูงมาก เพราะผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดอย่างมากก็แค่เสมอกัน คืนเงินผู้ที่แทงฝั่ง Banker และฝั่ง Player ส่วนคนแทง Tie Game (เสมอกัน) ไว้จะเงินไป 8 เท่า

บาคาร่า จะแจกไพ่ให้ฝั่ง Player ก่อน 1 ใบ แล้วก็ Banker 1 ใบ แล้ววนกลับมาที่ Player 1 ใบ และปิดท้ายที่ Banker หลังจากนั้นก็มาดูกันว่าฝ่ายไหนได้แต้มเท่าไรกัน และจะต้องเรียกไพ่เพิ่มไหม ซึ่งคือถ้าฝั่ง Player เปิดไพ่ออกมา 2 ใบแรกแล้วได้แต้ม 0-5 จะต้องเรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบเสมอ ส่วนทางฝั่ง Banker จะมีเงื่อนไขคือต้องรู้ผลจากฝั่ง Player ก่อนว่ารวมแล้วได้กี่แต้ม

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น สำหรับเกมนี้จะมีอีกหลายรูปแบบให้ได้เลือกเล่น เช่นการแทง Tie Game (เสมอกัน) จะได้กำไร 8 เท่า, Player Pair หรือ Banker Pair (ได้ไพ่คู่ เช่น ได้ Q สองใบ หรือได้ 3 สองใบ) จะได้กำไร 11 เท่า, Small (ไม่มีฝ่ายใดจั่วไพ่เพิ่ม) และได้กำไร 1.5 เท่า นี่คือรายละเอียดของช่องทางในการเลือกแทงแบบต่าง ๆ ของบาคาร่า