Blackjack : แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็ค Blackjack

Blackjack เกมไพ่ แบล็คแจ็ค ที่นิยมสูงสุด

แบล็คแจ็ค สำหรับเกมไพ่เกมนี้มีบันทึกว่าเริ่มเล่นเป็นครั้งแรกในแถบประเทศฝรั่งเศสและสเปน โดยมีบันทึกไว้ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่ก็ต้องใช้เวลานานนับร้อยปีทีเดียวกว่าการเล่นจะแพร่หลายไปยังพื้นที่แถบอื่น อย่างไรก็ตามพอมันมีความนิยมเกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ แล้ว ทั้งในอเมริกา แอฟริกา เอเชีย หรือออสเตรเลีย ผู้คนต่างให้การตอบรับเกมนี้เป็นอย่างดี มีการจัดการแข่งขันเกิดขึ้น ชิงเงินรางวัลในเกมไพ่นี้อย่างเป็นทางการ

คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดนักหากเราจะบอกว่าแบล็คแจ็คเป็น 1 ในเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คาดการณ์ว่าอยู่ในสองอันดับแรกเลยด้วยซ้ำ ด้วยรูปแบบการเล่นที่ง่าย แต่ก็มีความท้าทายจากการคาดคะเนและวิเคราะห์คู่ต่อสู้ ทำให้การเล่นไพ่ในเกมนี้ออกรสชาติได้พิเศษกว่าเกมไพ่ประเภทอื่น

 

กติกาในการเล่น

แต้มสูงสุดที่ผู้เล่นสามารถทำได้ในเกมแบล็คแจ็คก็คือ 21 แต่ถ้าทำได้ไม่ถึง ก็ต้องพยายามรักษาแต้มไพ่ในมือไว้ให้ใกล้เคียงที่สุด ห้ามเกินเด็ดขาดเพราะถ้าเกิน 21 แต้มจะถือว่าแพ้เกมนี้ทันที โดยในตอนเริ่มเกม ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่คนละ 2 ใบ ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ทีละใบให้กับผู้เล่นและวนมาแจกดีลเลอร์เป็นคนสุดท้าย พอแจกครบสองใบแล้วก็มาลุ้นกันว่ามีใครที่ทำแต้มได้เท่าไรบ้าง

เราสามารถนับแต้มไพ่ตามตัวเลขที่เห็นอยู่หน้าไพ่ได้เลย ยกเว้นไพ่ที่ไม่ใช่ตัวเลข ก็คือ J Q K ไพ่นี้จะมีค่าเท่ากับ 10 แต้ม มีเพียงไพ่ A ใบเดียวเท่านั้น เพราะว่าไพ่ใบนี้จะมีค่าเป็น 1 แต้ม หรือ 11 แต้มก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของไพ่ที่อยู่ในมือ

ไพ่ที่ถูกแจกให้คนละสองใบ ด้วยจำนวนเท่านี้ก็สามารถชนะเกมได้ทันที หากผู้เล่นถือไพ่ในรูปแบบที่ใบหนึ่งมีค่า 10 แต้ม (ไพ่ใบใดใบหนึ่งระหว่า 10 J Q K) ส่วนอีกหนึ่งใบที่ได้รับคือไพ่ A ที่ใช้แทนค่า 11 แต้ม รวมแล้วได้ 21 แต้มพอดี นั่นหมายถึง Natural Blackjack

เมื่อผู้เล่นถือแต้ม 17-21 อยู่ในมือ ปกติแล้วควรตัดสินใจเลือก (Stand) ไม่ต้องเรียกไพ่เพิ่มแล้ว ค่อยมาลุ้นอีกทีว่าผู้เล่นที่เล่นมือถัดจากเราจะทำแต้มมากกว่า หรือว่าจะเรียกไพ่แล้วแต้มเกินจนแพ้ไป ถ้าแต้มต่ำกว่านี้ค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเรียกเพิ่มหรือไม่

ในส่วนของอัตราการจ่ายเงิน หากผู้เล่นทำ Natural Blackjack ได้ (รับไพ่ที่แจกมาสองใบในตอนแรกแล้วเปิดได้ 21 แต้มทันที) อัตราจ่ายคือแทง 2 ได้ 3 แต่ถ้าผู้เล่นชนะด้วยแต้มเท่าไรก็ตามหลังจากที่เรียกไพ่ไป จะมีอัตราจ่ายอยู่ที่ แทง 1 ได้ 1

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

จุดที่ทำให้ แบล็คแจ็ค เป็นเกมไพ่ที่มีความโดดเด่นและต่างจากเกมไพ่อื่น ๆ ก็จะมีตัวอย่างเช่นในจุดที่ผู้เล่นสามารถซื้อประกันได้ระหว่างเล่นอยู่ได้ (ประกันในมือไพ่นะ ไม่ใช่ประกันชีวิต) ซื้อได้ในกรณีที่เจ้ามือเปิดไพ่ออกมาในช่วงเริ่มเกมเป็นไพ่ A ถ้าซื้อประกันไว้ก็ต้องลุ้นให้ไพ่ของเจ้ามือเป็นไพ่ Natural Blackjack ด้วย หากเป็นไปตามที่คิดไว้ก็จะได้รับเงินตามอัตราจ่ายของ Insurance ที่ได้กำหนดไว้ คือแทง 1 ได้ 2

ระหว่างที่เล่นอยู่ ผู้เล่นสามารถ Split หรือแยกไพ่ได้ โดยจะแยกได้ก็ต่อเมื่อได้ไพ่คู่ในสองใบแรก (ไพ่แต้มซ้ำกันเช่น 4-4 , Q-Q) สามารถกดที่ปุ่ม Split แยกไพ่ในการเล่นเพิ่มอีกหนึ่งมือ แต่ว่าไม่ต้องลงเงินทุนเพิ่ม

หลังจากแจกไพ่เสร็จจะมีปุ่มคำสั่งขึ้นมาใหม่ ที่ผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจไว้ก่อนดังนี้

  1. Hit – เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ
  2. Stand – พอใจแล้ว ไม่ขอเรียกไพ่เพิ่ม
  3. Double – เพิ่มจำนวนเงินเดิมพันขึ้นอีกสองเท่า แล้วก็เรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ
  4. Split – แยกไพ่จากมือเดียวออกเป็นสองมือ ใช้ปุ่มคำสั่งนี้ได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นได้ไพ่คู่ในไพ่สองใบแรก